Menu

การกราบบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธปฏิมากร

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส อะหัง สุขิโต โหมิ

 

ข้าพเจ้าขอถึงซึ่ง พระพุทธ พระธรรม และพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่งทุกชาติไป ข้าพเจ้าขอกราบนอบน้อมบูชาพระคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเสียสละบำเพ็ญบารมีนับชาติไม่ถ้วน เพื่อตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณประกาศธรรมนะเวไนยสัตว์ออกจากสังสารวัฏ เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระปัญาธิคุณพร้อมกราบพระธรรมและพระอริยสงฆ์ ขออานิสงส์ผลบุญนี้พึงเป็นปัจจัยให้ได้ถึงซึ๋งพระนิพพานในกาลอันวรด้วยเทอญ
ขออุทิศกุศลผลบุญให้แด่ท่านผู้มีพระคุณ ญาติพี่น้อง เทวดาพรหมที่เมตตาปกปักคุ้มครองรักษาข้าพเจ้าและครอบครัวเจ้ากรรมนายเวร ตลอดจนท่านที่ขวนขวายในกิจที่ชอบในการดำรงรักษาไว้ซึ่ง ประเทศชาติ พระพุทธศาสนาและองค์พระมหากษัตริย์ ทั้งที่เป็นมนุษย์และอมนุษย์ ขอให้ท่านทั้งหลายดังกล่าวนามมานั้นจงมีแต่ความสุขๆ ทั่วหน้ากันทุกท่านเทอญ
พระปัจฉิมโอวาท ก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพาน พระองค์ทรงให้โอวาทครั้งสุดท้ายด้วยพระมหากรุณาธิคุณว่า “วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ” แปลว่า “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลาย จงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด” ขอพุทธบริษัททั้งหลายพึงดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท หมั่นพิจารณาตนของตนเองโดยสม่ำเสมอ ประพฤติธรรมอันสมควรแก่ธรรมตามหลักพระธรรมคำสอน คือ โอวาทปาติโมกข์ ได้แก่

๑. การละความชั่ว

คือ อกุศลกรรมบท ๑๐ ได้แก่ ฆ่าสัตว์, ลักทรัพย์, ประพฤติผิดในกาม, พูดปด, พูดคำหยาบ, พ่อส่อเสียด, พูดเพ้อเจ้อ, คิดโลภอยากได้ของผู้อื่น, โกรธพยาบาท, เห็นผิดจากสภาวธรรมตามความเป็นจริง เช่น ไม่เชื่อเรื่องบุญบาป

๒. สร้างคุณงามความดี

คือ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ได้แก่ ทำทาน, รักษาศีล, เจริญภาวนา, ขวนขวายในกิจที่ชอบ, เคารพบุคคลที่ควรเคารพ, ให้ธรรมอันถูกต้อง, ฟังธรรมอันถูกต้อง, อนุโมทนาบุญผู้อื่น, แผ่กุศลให้ผู้อื่น, ทำความเห็นให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง

๓. ทำจิตให้บริสุทธิ์

ได้แก่ ทำจิตให้บริสุทธิ์ชั่วขณะ และทำจิตให้บริสุทธิ์ตลอดไป

๓.๑ ทำจิตให้บริสุทธิ์ชั่วขณะ

คือ ฝึกสัมมาสมาธิ ๔๐ วิธีกรรมฐาน เลือกให้เหมาะกับจริต ได้แก่ อสุภะ ๑๐, กสิณ ๑๐, อนุสติ ๑๐, พิจารณาความเป็นปฏิกูลของอาหาร, จตุธาตุววัฏฐาน ๑ คือการพิจารณาธษตุทั้งสี่มี ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ, อรูปกรรมฐาน ๔ หมายถึง กรรมฐาน ที่ไม่ใช่รูป ที่ไม่มีรูป

๓.๒ ทำจิตให้บริสุทธิ์ตลอดไป

คือ เจริญมหาสติปัฏฐาน ๔ ได้แก่ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน, เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน, จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน และธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นเหตุปัจจัยให้ลดละกิเลสจนถึงสิ้นภพชาติ (นิพพาน)

ที่มา:http://thamma-rama9.blogspot.com/2017/02/blog-post_5.html

No comments

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ทำเว็บราคาถูก

สอนเขียนเว็บ,สอน ASP, สอน PHP ,อบรม wordpress, สอนทําเว็บ, สอน HTML

UserOnline

สถิติเว็บไซต์

FREE SOCIAL MEDIA SHARE