Menu

หลวงปู่นอง ธัมมโชโต

view_resizing_images.php
หลวงปู่นอง ธัมมโชโต
วัดวังศรีทอง อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว

“กสิณไฟ..ขับไล่อวมงคล เศียรฤาษี..บันดาลดลรวยทั้งอำเภอ”

อดีตพระเอกลิเกประจำคณะหอมหวล เป็นหลานชายแท้ ๆ และศิษย์ของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ เป็นศิษย์หลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา จ.ลพบุรี และเป็นศิษย์ผู้น้องของหลวงพ่อโอภาสี ปัจจุบันท่านมีอายุ 89 ปี (พ.ศ. 2552) ผ่านการฝึกฝนภาวนาสร้างสมาธิจนมีพลังจิตแก่กล้ามีศีลาจารวัตรบริสุทธิ์ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีเมตตาบารมี เป็นที่เคารพกราบไว้ของสานุศิษย์ตลอดมา

สานุศิษย์ดาราตลกที่เคยแวะเวียนไปลงแป้ง ลงนะหน้าทองกับหลวงปู่นองก็มีโน้ต เชิญยิ้ม, เท่ง เถิดเทิง ฯลฯ

ชาติภูมิ
ท่านเกิดเมื่อพุทธศักราช 2463 เป็นคนพื้นเพจังหวัดลพบุรี โยมบิดามารดาชื่อนายช่วง และนางกลาย ปัจจะชัย มีพี่น้องรวม 8 คน หลวงปู่นองเป็นบุตคนสุดท้อง โยมบิดามารดามีอาชีพรับจ้างเลี้ยงช้าง โยมมารดามีศักดิ์เป็นน้องสาวของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ บิดาได้นำเด็กชายนองมาฝากไว้กับหลวงลุง คือหลวงพ่อเดิมเป็นผู้ดูแล…
หลวงพ่อเดิมได้ให้เด็กชายนองบรรพชาเป็นสามเณรและอยู่ศึกษาสรรพวิชาต่าง ๆ กับหลวงพ่อเดิม ที่จังหวัดนครสวรรค์ตั้งแต่อายุได้ 12 ปี ราวพุทธศักราช 2475
หลวงพ่อเดิมเริ่มต้นถ่ายทอดพระธรรมวินัยศาสตร์พิธีกรรมต่าง ๆ เช่น หัดให้สวด 7 ตำนาน สวดธรรมจักร เรียนคัมภีร์มหาพุทธาคม ได้แก่เขียนและลบผงอิทธิเจ ปัถมัง มหาราช ตรีนิสิงเห เขียนอักขระเลขยันต์ นะ 108 คาถาหัวใจ 108 คาถาอาคมทางคงกระพัน แคล้วคลาด เมตตามหานิยม การสร้างวัตถุมงคลต่าง ๆ ด้วยงาช้าง กระดูกช้าง การทำมีดหมอ ให้กับสามเณรนองหลานชายของท่าน ท่านคอยดูแลและแนะนำสามเณรนองมาโดยตลอด แม้เวลาที่หลวงพ่อเดิมไปปฏิบัติพระกรรมฐานในป่าเป็นเวลานาน ๆ ท่านก็จะบอกให้สามเณรนองตามไปด้วย และหลวงพ่อเดิมยังสักยันต์ “นะเมตตา” ให้เณรหลานชายด้วยตัวท่านเอง เป็นประจักษ์พยานติดตัวมาถึงปัจจุบัน
เมื่อเรียนอยู่ได้ 8 ปี สำเร็จวิชาต่าง ๆ มากมาย สามเณรนองจึงขอไปเยี่ยมโยมบิดามารดา ไต่ถามทุกข์สุขและโปรดโยมบิดามารดารวมถึงญาติพี่น้องก่อนออกเดินธุดงค์มุ่ง สร้างความแกร่งกล้าทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงแสวงหาความสงบวิเวกตามป่าเขายังจังหวัดต่าง ๆ เช่น ถ้ำกระบอก ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย ประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ได้ศึกษาเวทมนต์กับพระครูเทวะ พระอาจารย์จอมขมังเวทย์ชาวเขมร
ในระหว่างการเดินทางด้วยเท้าเปล่า ผ่านป่า ผ่านทุ่ง ผ่านภูเขา ผ่านความยากลำบากนานาประการ พระนองได้ศึกษาและแลกเปลี่ยนวิชาเพิ่มเติมกับพระธุดงค์อีกหลายรูป แล้วท่านก็ออกเดินทางแสวงหาวิชาต่อไป

ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา
ท่านมุ่งหน้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ที่กำลังโด่งดังมากในสมัยนั้น เรื่องนี้ คุณลุงปถม อาจสาคร ปราชญ์ด้านงานเขียนเรื่องพระคณาจารย์และวิทยาคมได้สันนิษฐานว่า หลวงพ่อกบคือหนึ่งในห้าของคณะสงฆ์โลกอุดร ที่มี 1.หลวงปู่ใหญ่ 2.หลวงปู่ตีนโต 3.หลวงปู่โพรงโพธิ์ 4.หลวงพ่อกบ เขาสาลิกา และ 5.หลวงพ่อโอภาสี(ขรัวขี้เถ้า)
หลวงพ่อกบเป็นพระผู้ทรงอภิญญา ดำรงชีวิตแบบเหนือโลก เคยสำแดงปาฏิหาริย์แปลก ๆ ให้ศิษย์ชมหลายครั้ง เช่น ช่วงเช้าเดินบิณฑบาตไปโปรดญาติโยมในกรุงเทพฯ แต่สามารถกลับไปฉันตอนเช้าที่วัดเขาสาลิกาได้ในพริบตาอย่างน่าอัศจรรย์ มีลูกษิย์ในสมัยนั้นยืนยันกันหลายคน หลวงพ่อกบยังมีญาณหยั่งรู้อดีต – ปัจจุบัน – อนาคต ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย
ณ เขาสาลิกาแห่งนี้ท่านได้ศึกษาวิชาต่าง ๆ จากหลวงพ่อกบ พระผู้ทรงอภิญญาเหนือโลก (โลกอุดร) เช่น วิชาการเดินธาตุต่าง ๆ วิชากสิณไฟ การห้ามลมห้ามฝน คัมภีร์ตำรับพระฤาษี คัมภีร์นิมิตเปิดตาที่สามและคัมภีร์โอมวิติตรี

ได้ดีเพราะมีอาจารย์ชื่อ “หลวงพ่อโอภาสี”
เมื่อเรียนวิชาจากหลวงพ่อกบแล้วก็มุ่งหน้ามาศึกษาและแลกเปลี่ยนวิชาเพิ่ม เติมกับหลวงพ่อโอภาสี พระทรงอภิญญาผู้เป็นศิษย์หลวงพ่อกบเช่นกัน ที่อาศรมบางมด ฝั่งธนบุรี ได้อยู่ศึกษาพระกรรมฐาน, คัมภีร์มูลกัจจายน์ และอยู่ปฏิบัติธรรมที่อาศรมบางมดระยะหนึ่ง จนสำเร็จวิชาตามที่ตั้งใจศึกษา
สำหรับหลวงพ่อโอภาสีนี้มีวัตรปฏิบัติไม่เหมือนพระภิกษุธรรมดาทั่วไป เพราะชอบทำอะไรเป็นปริศนาธรรมเสมอ เช่น การเผาสิ่งของอามิสบูชาต่าง ๆ ที่คนนำมาถวาย แสดงถึงการไม่สะสมทรัพย์สินทางโลก และการแผดเผากิเลสทั้งปวง
หลวงพ่อโอภาสีมักพูดเสมอว่า “การที่อาตมาได้เผาสิ่งของอันมีค่าสำหรับท่านทั้งหลายนี้ ก็เพื่อจะให้ท่านทั้งหลายได้ทำใจให้เป็นผู้เสียสละ เป็นผู้ไม่หวงแหน เพราะสมบัตินอกกายทั้งหลาย เมื่อมอดไหม้ไปแล้วก็กลายเป็นเถ้าถ่าน ไม่จีรังยั่งยืน

เป็นทหารเสนารักษ์ กองทัพอากาศ
ทั้งหมดที่เล่าเรียนมาเป็นช่วงขณะที่สามนองยังไม่ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ยังเป็นเพียงสามเณรถือศีล 10 เท่านั้น ตอมาก็สึกจากสามเณรเพื่อไปเป็นทหารเกณฑ์รับใช้ชาติตามหน้าที่ของชายไทย โดยเป็นทหารอากาศ สังกัดกองพันเสนารักษ์ เป็นเวลา 2 ปี

หลวงพ่อโอภาสีเป็นพระอุปัชฌาย์
พอปลดประจำการก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุต่อทันที โดยมีพระมหาชวนหรือหลวงพ่อโอภาสีเป็นพระอุปัชฌาย์ บวชได้ 4 พรรษา ก็ลาสิกขาบทมาเป็นพระเอกลิเกประจำคณะหอมหวล ซึ่งโด่งดังมากในยุคก่อน
ท่านนองกลายเป็นขวัญใจของแม่ยกในทันที สุดท้ายก็ได้แต่งงานมีครอบครัว มีภรรยาและบุตรหลายคน ในระหว่างนั้นมีสาว ๆ ทั่วไปมาติดพันมากมาย บางคนก็นำตำราโหราศาสตร์มาให้โดยเสน่หา ท่านจึงได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อประกอบเข้ากับวิชาพุทธาคมที่มี อยู่

อุปสมบทครั้งที่ 2
ต่อมาท่านเองก็เกิดความเบื่อหน่ายทางโลกเพราะผ่านชีวิตมาทุกรูปแบบแล้ว มองเห็นว่าเรื่องทางโลกนั้นไม่จีรังยั่งยืน จึงหวนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เป็นครั้งที่ 2 และคงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะว่าคงไม่มีครั้งที่ 3 เนื่องจากโบราณถือว่า ถ้าเป็นชายสามโบสถ์แล้วจะไม่ดีนั่นเอง
เมื่ออุปสมบทครั้งที่ 2 แล้ว ก็ได้กลับมาปรนนิบัติรับใช้หลวงลุง(หลวงพ่อเดิม) ที่จังหวัดนครสวรรค์จบจนกระทั่งหลวงพ่อเดิมมรณภาพในปี 2494 หลวงปู่นองจึงย้ายมาจำพรราที่วัดวังศรีทอง อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ตราบถึงปัจจุบัน(สมัยนั้นจังหวัดสระแก้วเป็นเพียงอำเภอหนึ่งของจังหวัด ปราจีนบุรี)

หลวงพ่อเดิมถ่ายทอดวิชา “สร้างชนวนรัตนโลหะ”
ในช่วงที่หลวงปู่นองได้กลับมาปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อเดิมนั้น หลวงปู่นองได้รับถ่ายทอดวิชาการเล่นแร่แปรธาตุแขนงหนึ่ง นั่นคือวิชาผสมสร้างชนวนโลหะพิเศษ ที่เรียกว่า “ชนวนรัตนโลหะ” ที่มีความอาถรรพ์สูงและศักสิทธิ์ไม่แพ้ชนวนธาตุอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสูตรการลงอักขระเลขยันต์ การเดินธาตุปลุกเสก และการผสมชนวนรัตนโลหะครบถ้วนตามตำรา
โดยวัตถุมงคลเนื้อรัตนโลหะที่ท่านสร้างออกมาในช่วงปี 2550 – 2552 นั้นผสมชนวนฝาบาตรเดิม ๆ ของหลวงพ่อเดิมหลายแผ่นที่ท่านเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มีอานุภาพเสริมดวงชะตา เสริมวาสนาบารมี มีโชคลาภร่ำรวย กันและแก้อาถรรพ์ได้อย่างชะงัด

ครูบาอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชา
ได้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน และพระเวทวิทยาคมจากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ หลายท่าน
1.หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ ถ่ายทอดพระธรรมวินัย, ศาสตร์และพิธีกรรมต่าง ๆ , วิชาอาคมพื้นฐานในคัมภีร์ทั้ง 5 , วิชาสร้างชนวนรัตนโลหะอันศักดิ์สิทธิ์, การลงทองพระเจ้าสิบทิศ
2.หลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา จ.ลพบุรี ถ่ายทอดวิชาการเดินธาตุต่าง ๆ ,วิชากสิณไฟ, การห้ามลมห้ามฝน, คัมภีร์ตำรับพระฤาษี, คัมภีร์นิมิตเปิดตาที่สาม, คัมภีร์โอมวิติตรี
3.หลวงพ่อโอภาสี (มหาชวน) สำนักสงฆ์โอภาสี บางมด กรุงเทพฯ ถ่ายทอดวิชาวิปัสสนากรรมฐาน, คัมภีร์มูลกัจจายน์
4.พระครูเทวะ พระอาจารย์จอมขมังเวทชาวเขมร

เป็นสหมิกกับหลวงพ่อกวย
หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร วัดโฆสิตาราม เป็นสหธรรมิกที่สำคัญของหลวงปู่นอง เพราะคุ้นเคยกันตั้งแต่สมัยเล่าเรียนวิชาอยู่กับหลวงพ่อเดิมมาด้วยกัน ทั้งยังเคยปลุกเสกวัตถุมงคลร่วมกันเพียง 2 รูป เพื่อนำไปบรรจุกรุที่วัดหนองปลาดุก จ.ชัยนาท โดยหลวงพ่อกวยเป็นฝ่ายนิมนต์หลวงปู่นองมาร่วมปลุกเสกพระพิมพ์เพื่อสืบต่อ อายุพระศาสนา แสดงว่าหลวงพ่อกวยย่อมเล็งเห็นพลังพระเวทวิทยาคมในตัวของหลวงปู่นองว่ามี ความเข้มขลังเพียงใด…

เชี่ยวชาญกสิณไฟ
วิชากสิณไฟนี้หลวงปู่นองมีความชำนาญเป็นพิเศษ ทรงอิทธิคุณทางขับไล่สิ่งอาถรรพ์ชั่วร้าย เสริมสิริมงคล เสริมดวงชะตา นำพาซึ่งโชคลาภ วาสนาบารมี วัตถุมงคลที่ท่านประจุวิชากสิณไฟจนโด่งดังคือ เศียรฤาษีตาไฟ มีทั้งเนื้อโลหะ เนื้อผงว่านสีน้ำตาล – แดง – ขาว – ก้นครก, ตะกรุดตรึงไตรภพ, ตะกรุดพระเจ้าสิบทิศ, ตะกรุดหนังเสือ, ตะกรุดเมตตา – มหานิยม, การลงนะหน้าทอง, การเป่ากระหม่อมหรือลงทองพระเจ้าสิบทิศ อันเป็นวิชาที่หลวงพ่อเดิมใช้อยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ก็มีวิชาเสกแป้งอิทธิเจ, แป้งเสกเทวดา ลงหัวใจพระลักษณ์หน้าทอง, สาลิกาลิ้นทอง

คมวาทะหลวงปู่นอง
“ถ้าจะลง ต้องทำให้เขาครบ ๆ นะ เพราะเขาจะได้เป็นมงคล ไปไหนมีเทพเทวาอุ้มชู ผู้คนรักใคร่เอ็นดูเขาไปทางไหนจะได้ไม่เจ็บ..ไม่จน”
“วัตถุมงคลนั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้ศรัพทธาประกอบกัน หากเรามีวัตถุแต่ไม่ศรัทธาใส่ใจ มีแล้ววางไว้บนหิ้งเฉย ๆ ไม่กราบไหว้ไม่ทำความเคารพตามสมควร ก็จะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ สู้อย่าไปบูชาให้เสียเงินเสียเวลาเลย
เมื่อเรานำวัตถุมงคลเข้าบ้านแล้ว ให้ทำการรับ อย่างน้อยก็ซื้อพวงมาลัย ดอกไม้ มากราบไหว้ ท่องพระคาถาบูชา อาราธนาขอพรจากเขา จะให้ช่วยกิจการเรื่องใดก็อธิษฐานบอกไป เรื่องยากก็กลายเป็นเรื่องง่าย และเป็นมงคลสัมฤทธิ์ผลดีในทุก ๆ อย่าง”

No comments

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ทำเว็บราคาถูก

สอนเขียนเว็บ,สอน ASP, สอน PHP ,อบรม wordpress, สอนทําเว็บ, สอน HTML

UserOnline

สถิติเว็บไซต์

FREE SOCIAL MEDIA SHARE